ดาวน์โหลด PDF | GIF
เครือข่ายสันติประชาธรรม ร่วมรณรงค์
หยุดนำมวลชนมาปะทะกัน!
หยุดให้ท้ายพันธมิตร!
หยุดนำประเทศไปสู่อนาธิปไตยและการรัฐประหาร!
ในขณะนี้เป็นที่ชัดเจนว่าสังคมไทยกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างยิ่ง อันเป็นผลจากการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่าง ๆ จนทำให้เกิดความเชื่อโดยทั่วไปว่าสังคมไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะ-นองเลือดระหว่างประชาชนสองขั้วได้ พวกเราในฐานะกลุ่มทางสังคมที่ห่วงใยต่อชีวิตของประชาชนจึงขอเรียกร้องต่อฝ่ายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. หยุดนำมวลชนมาปะทะกัน
เราขอเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มพล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ยุติการเคลื่อนไหว ด้วยวิธียั่วยุให้เกิดความเกลียดชังและโกรธแค้นซึ่งกันและกัน และยุติการเคลื่อนมวลชนของตนออกจากที่ตั้งทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกับอีกฝ่ายหนึ่ง
เราขอเรียกร้องให้ผู้นำพันธมิตร, นปช. และพล.ต.อ.สล้างตระหนักว่าสังคมไทยไม่จำเป็นต้องสร้างวีรบุรุษ-วีรสตรีในลักษณะเช่นนี้ พวกท่านไม่ควรเห็นมวลชนของตนเองเป็นเพียงหมากทางการเมืองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ต่อจากนี้ไป หากเกิดความรุนแรงต่อชีวิตของประชาชน ผู้นำของกลุ่มเหล่านี้ จักต้องรับผิดชอบ
2. หยุดให้ท้ายพันธมิตร
สาเหตุสำคัญที่ทำให้วิกฤติการเมืองในขณะนี้เดินมาสู่ “ทางตัน” ก็คือ ผู้นำฝ่ายพันธมิตรฯ ปฏิเสธไม่ยอมเจรจาประนีประนอมทางการเมือง แต่ยืนยันที่จะใช้วิธีแตกหักเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ระบอบ “การเมืองใหม่” ของตนซึ่งเป็นระบอบเผด็จการคนส่วนน้อยและสวนทางกับหลักการประชาธิปไตย ประการสำคัญ ในขณะที่ผู้นำพันธมิตรอ้างว่าตนทำเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ข้อเสนอที่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามามีอำนาจทางการเมืองโดยตรง เช่น มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพโดยตรง เท่ากับต้องการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลต่อสถานะที่เป็นกลางและอยู่เหนือการเมืองของสถาบันฯ ในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ผ่านมากลุ่มต่าง ๆ ในสังคมที่ควรวางตัวเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ราษฎรอาวุโส องค์กรสิทธิมนุษยชน วุฒิสมาชิก และสื่อมวลชน ต่างไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์เป้าหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และยุทธวิธียั่วยุให้เกิดความรุนแรงของฝ่ายพันธมิตร จึงกล่าวได้ว่าในขณะนี้เราไม่มีบุคคลหรือสถาบันใดในสังคมที่ได้รับความยอมรับจากทุกฝ่ายว่าเป็นกลางอย่างแท้จริง ทำให้โอกาสของการเจรจาเพื่อหาทางออกกับคู่ขัดแย้งริบหรี่ลงจนแทบเป็นไปไม่ได้
กระนั้น เราเห็นว่ายังไม่สายเกินไปที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะยุติการอุปถัมภ์ค้ำจุนกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างผิดๆ และเริ่มต้นวิจารณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร นปช. รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ ตลอดจนระบบตุลาการอย่างเที่ยงตรงและเท่าเทียมกัน เราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวทางนี้เท่านั้นที่จะทำให้เกิดการสานเสวนาที่วางอยู่บนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤติครั้งนี้ได้อย่างแท้จริง
3. หยุดนำประเทศไปสู่อนาธิปไตยและการรัฐประหาร
เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในหลักการว่า “การแก้ไขความขัดแย้งจะต้องอยู่ในกฎกติกา ไม่ใช่ด้วยอาวุธและความรุนแรง” การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ซ้ำยังทำให้ความขัดแย้งแบ่งฝ่ายทางการเมืองขยายตัวสูงขึ้น ประการสำคัญ ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองขณะนี้ ชวนให้เชื่อได้ว่าหากเกิดการรัฐประหารหรือยึดอำนาจรัฐด้วยวิธีการนอกรัฐธรรมนูญอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเกิดการจลาจล และนองเลือดของประชาชนครั้งใหญ่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง บรรดาผู้ก่อการรัฐประหารจะต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมและหายนะที่ท่านมีส่วนก่อให้เกิดขึ้น
เครือข่ายสันติประชาธรรม
-
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ธนศ อาภรณ์สุวรรณ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ธิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
ธนาพล ลิมอภิชาติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
ธงชัย วินิจจะกูล ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน
-
เกษียร เตชะพีระ คณรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
อภิชาต สถิตนิรมัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
อัครพงศ์ ค่ำคูณ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
เกษม เพ็ญพินันท์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
สุรัสวดี หุ่นพยนต์ สำนักบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
นภาพร อติวานิชยพงศ์ สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร ธรรมศาสตร์
-
เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ศรีประภา เพชรมีศรี สำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ภวิดา ปานะนนท์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
-
สมเกียรติ ตั้งนโม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-
อรณิชา ตั้งนโม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
-
ชำนาญ จันทร์เรือง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
-
ชาตรี ประกิตนนทการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
จักเรศ อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
-
ชาญชัย ชัยสุขโกศล ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
-
กนกรัตน์ เลิศชูสกุล Ph.D. candidate LSE. London, U.K.
-
ฆัสรา มุกดาวิจิตร นักวิชาการอิสระ
-
จักเรศ อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
-
คมลักษณ์ ไชยยะ นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
ภาคภูมิ ลบถม นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
ประพันธ์ ภราดรพานิชกุล นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
สมพร เปินสมุทร นักศึกษาปริญญาโทมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
สมาภรณ์ แก้วเกลี้ยง นักศึกษาปริญญาโทสิทธิมนุษยชนเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ปรีชา งามดี นักศึกษาปริญญาโท การพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-
กานต์ ทัศนภักดิ์ Asian Public Intellectuals Program
-
ไม้หนึ่ง ก. กุนที กวี
-
เต็กตี่ แซ่ตั้ง บรรณาธิการสำนักพิมพ์วลี
-
ธนาพล อิ๋วสกุล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
-
ณภัทร สาเศียร ประชาชน
-
สายสัมพันธ์ รัตนปรีดากร นักออกแบบอิสระ
-
ศุษม อรรถวิภาคไพศาล พนักงานบริษัทการบินไทย
-
ศิริภาส ยมจินดา ประชาชน
-
สลิสา ยุกตะนันทน์ ประชาชน
-
สุริยาพร โสกันต์ นักศึกษาโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
ชาญกิจ คันฉ่อง ประชาชน
-
คำ ผกา นักเขียน
-
กิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
-
เพ็ญนภา หงษ์ทอง
-
สง่า ลือชาพัฒนพร
-
สมถวิล ลือชาพัฒนพร
-
ณัฐธิดา ลือชาพัฒนพร
-
ลลิตา ลือชาพัฒนพร
-
อภิญญา ลือชาพัฒนพร
-
ชวาลิน เศวตนันทน์ ภาควิชาเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยแมคคอร์รีย์ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย
-
ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ นักกิจกรรมทางด้านสิทธิมนุษยชน
-
อภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา RhythMatic studio & Urban Media Society[UMS]
-
ธีร์วนี วงศ์ทองสรรค์
-
อนุสรณ์ อุณโณ Ph.D. in anthropology, the University of Washington
-
ชลิตา บัณฑุวงศ์ อุณโณ Graduate student in anthropology, the University of Hawaii
-
กิตติศักดิ์ สฤษดิสุข
-
จุฑิมาศ สุกใส ประชาชน
-
วสันต์ ลิมป์เฉลิม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
-
สาธิต ชีวะประเสริฐ
-
ไตร ทองพิสุทธิ์
-
สุจิตรา รัตนกรกช
-
ธัชพงศ์ ต้นกันยา
-
นิตยา นาคพุ่ม
-
สัณห์ชัย โชติรสเศรณี
-
ภาณุ ตรัยเวช
-
ประเสริฐ พงษ์เสนีย์
-
วัฒนา พัดเกตุ คณะมนุษยศาสตร์ ม. นเรศวร
-
รชา พรมภวังค์
-
ประดิษฐ์ ลีลานิมิต
-
พสุธร กอกฟั่น
-
ไท เกิดงาม
-
ประสาท ศรีเกิด
-
พูนสุข ภระมรทัต มหาวิทยาลัยนเรศวร
-
รชตะ วัฒนวงศ์ นิสิตปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
-
บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
Chesda Udommongkol Stroke Research Fellow / PhD Candidate Neurology Ultrasound, Austin Hospital, AUSTRALIA
-
Suleemarn Wongsuphap Ph.D Candidate in Anthropology LaTrobe University
-
ทรงศักดิ์ ปัญญา ประชาชน
-
ชัยพงษ์ สำเนียง ประชาชน
-
สิริณยา ธโนปจัยสิทธิ ศิษย์เก่าศิลปศาสตร์ มธ.
-
วีรชัย ธโนปจัยสิทธิ ประชาชน
-
รศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
-
ธิราช แสงวิชัยภัทร นักธุรกิจ
-
วิจิตรา มัทซุยามะ ประชาชน
-
นัฐพงษ์ เป็งใจยะ ป โท เศรษฐศาสตร์การเมือง มช.
-
มัทนา โกสุมภ์ ประชาชน
-
ชัยวัฒน์ มัตถิตะเตา ประชาชน
-
ศรินทิพย์ พรหมฤทธิ์ ประชาชน
-
โชติรส อินทร์สิงห์ ประชาชน
-
เกศวรรณ ชัยมงคล ประชาชน
-
รอยพิมพ์ อินต๊ะยศ ประชาชน
-
จารุณี อินต๊ะ ประชาชน
-
สมนึก จงมีวศิน นักศึกษาปริญญาเอก สาขาการจัดการมรดกทางสถาปัตยกรรมและการท่องเที่ยว คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
-
ดร.ชัญชนา ตั้งวงศ์ศานต์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
ปิยนุช ตั้งวงศ์ศานต์
-
วีระพล สิงห์น้อย สถาปนิก
-
สุวรรณี ตั้งวงศ์ศานต์ ศิษย์เก่าคณะหาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
นวลจันทร์ สุรพฤกษ์ ศิษย์เก่าคณะหาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-
เลิศ ตั้งมหากุล สถาปนิกอิสระ
-
จิราภรณ์ หิรัญบูรณะ

ลงชื่อ ด้วย ครับ
สนับสนุนเครือข่ายสันติประชาธรรมจ้าาาาาาาา ^^
ลงชื่อเพื่อร่วมรณรงค์ 3 หยุด ด้วยคนค่ะ
ร่วมลงชื่อ
แค่โปสเตอร์ก็ไม่เป็นกลางแล้วครับ มีหลายคนที่ลงชื่อก็เปิดเผยตัวตนว่าเป็นคนที่ยกย่องทักษินนิยมในตัวอดีตนายกอยู่ ถามว่าเมื่อก่อนนี้ที่กลุ่มรัฐบาลอำนาจเก่าของนายกทักษิน- สมัครจนถึงนายกสมชาย ทำความเสียหายหลายเรื่องทั้งกรณีที่ศาลตัดสินคดีแล้ว และบางเรื่องอัยการสั่งฟ้องยังอยู่ในการพิจารณาของชั้นศาล
ทำไมพวกคุณไม่ออกมาปกป้องสิ่งที่เกิดความเสียหายและผลประโยชน์ของชาติบ้างกลัวอะไร แล้วใครกันครับ
ที่เอาความจริงมาตีแผ่ให้ประชาชนรับรู้ กดดันพวกรัฐบาลจนเอารัฐมนตรีที่ทำผิดพลาดผิดกฎหมายตกเก้าอี้ คุณคิดหรือระบบสภาต่างตอบแทนของไทยจะเอานักการเมืองเลวๆอยู่หมัด หยุดให้ท้ายพันธมิตรในแง่ใหนครับ และควรให้ท้ายพันธมิตรในแง่ใหนครับ พวกคุณไปศึกษากฎหมายให้ละเอียดพันมิตรอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญนะครับ ข้อหาหนักๆศาลก็ถอนหมายจับ มีแต่คดีที่หยุมหยิมเล็กๆ ฝ่ายใครกันแน่ที่ไม่ยอมรับความจริงหนีศาล ทั้งอดีตนายก-นปก กรณีการเมืองใหม่อย่างที่กลุ่มพวกคุณอ้าง
ในโปสเตอร์บอกตามตรงพวกคุณคงไม่ศึกษาตามประเด็นที่พันธมิตรแถลงไว้ดูเหมือนพวกคุณบิดเบือนป้ายความผิดให้กลุ่มพันธมิตรอย่างเดียว คุณกำลังดูถูกสติปัญญาผู้ที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่างมาก ให้ความว่าร้ายมากครับข้อความบนโปสเตอร์
พวกคุณกำลังเพิ่มความขัดแย้ง อย่างตั้งใจหรือไม่กลุ่มถามใจกลุ่มพลังประชาชนในคราบกลุ่มของคุณดู
เสนอกิจกรรม”ตั้งตู้รับบริจาคคืนมือตบ” ในที่สาธารณะ เป็นสัญญลักษณ์การวางอาวุธ
(แล้วจะเอาไปรีไซเคิลต่อเป็นดอกไม้ หรืออะไรได้ก็คงดี)
ร่วมลงชื่อ ด้วยครับ
เห็นด้วยค่ะ คนขอนแก่น
ร่วมลงชื่อด้วยครับ ในฐานะประชาชน
ดีใจมากที่มีปัญญาชนเช่นนี้ในสังคม เห็นด้วยกับแถลงการณ์อย่างยิ่ง ขอสนับสนุนแนวทางของกลุ่ม และขอให้ทางกลุ่มเผยแพร่มุมมอง และวิธีคิดต่อปัญหาให้เข้มข้น ต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นอกจากจะเป็น “วิกฤติประชาธิปไตย” แล้ว ยังสะท้อนภาพ “วิกฤตินักวิชาการ” ที่ไม่หลงเหลือความมีหลักการ หลักคิดใดๆเลย พวกเขา, นักสิทธิมนุษยชน และพรรคประชาธิปัตย์ รังเกียจการมีอยู่ของทักษิณจนไม่ตระหนักว่าการกระทำของ “แกนนำพันธมิตร” และ การเลือกนำเสนอ”ความจริงบางส่วน” ได้ทำลาย “วัฒนธรรมประชาธิปไตย” อย่างร้ายกาจยิ่ง ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาทั้งหลายไม่เลือกจัดการกับทักษิณตามกลไกที่มีอยู่ในวิถีประชาธิปไตย แต่กลับเลือกที่จะยุติระบอบประชาธิปไตยแทน
หากจะกล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนที่ต้องร่วมรับผิดชอบชะตากรรมของบ้านเมืองก็คงไม่เกินเลย ถ้าประชาธิปัตย์สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยจริงต้องกล้าค้านรัฐประหารเต็มปากเต็มคำ เหมือนตอนหาเสียงหลัง “พฤษภาทมิฬ” ที่กล่าวว่า “เรายึดมั่นในระบบรัฐสภา” ( ไม่เล่นการเมืองบนถนน) และโจมตี จำลอง ศรีเมืองว่า “จำลองพาคนไปตาย” แทนที่จะประนามการกระทำของทหารที่ทำร้ายประชาชนด้วยกระสุนจริง แต่วันที่ 7 ตุลา ประชาธิปัตย์เลือกประนามตำรวจข้างเดียวโดยเลือกที่จะไม่พูดถึงเหตุที่นำมาสู่ความรุนแรงที่กระตุ้นเร้าโดยแกนนำพันธมิตร ประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านข้อเสนอ 70-30ที่มุ่งลดการมีส่วนร่วมของประชาชนแต่อย่างใด นี่หรือนักประชาธิปไตย
การเมืองภาคประชาชนย่อมดำรงอยู่กับระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนที่เราต้องการและต้องร่วมกันสร้างคือประชาชนที่มีอารยะ ที่ยึดกติกาของบ้านเมือง “แกนนำพันธมิตร” ได้สร้างวัฒนธรรมความรุนแรงโดยภาคประชาชน การกดดันของพลเมืองได้สุดโต่งไปไกลถึงการละเมิดกฏหมายด้วยการทำลายล้าง และการละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น
“สื่อมวลชน” หลงอยู่ในกับดักที่พันธมิตร “เปิดประเด็น” แล้วเราก็เสียเวลา ระดมสมองมานั่งถก อภิปรายในประเด็นที่ถอยหลังเข้าคลอง เราจะได้ยินได้ฟังแต่”ความคิดเห็น”แหล่งข่าวกลุ่มเดิมๆ จนจับทางได้ว่าเมื่อรัฐบาลโดนโจมตี อภิสิทธิ์จะเล่นลิ้นอย่างไร นักวิชาการขาประจำ และ”คนดี” ศรีสังคมทั้งหลายจะแสดงความเป็นคน “หัวก้าวหน้า” ด้วยตรรกะอย่างไร
ฉะนั้นจึงขอให้กลุ่มของท่าน นำความคิดแบบ “สันติประชาธรรม” เข้าสู่สื่อกระแสหลักให้จงได้ อย่ารอให้สื่อมาหาท่าน แต่ท่านต้องใช้จินตนาการเผยแพร่แนวคิดที่ท่านกำลังดำเนินอยู่ให้เข้าถึงสาธารณะให้ได้มากที่สุด ดังคำกล่าวของ มหาตมะ คานธีที่ว่า My life is my message ขอให้กำลังใจท่าน ขอให้ประสบความสำเร็จในการนำสติปัญญาคืนสู่สังคมไทย
จะร่วมลงชื่อกับท่านได้อย่างไร
เห็นด้วยครับ ขอลงชื่อด้วยคนครับ
ลงชื่อด้วยคนครับ
เห็นด้วย และลงชื่อด้วยคน
เห็นด้วย 3 หยุด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ขอสนับสนุนแนวทางของเครือข่ายฯ และร่วมลงชื่อครับ
วัฒนา พัดเกตุ คณะมนุษยศาสตร์ ม. นเรศวร
ลงชื่อครับ
เห็นด้วยครับ ทุกฝ่ายควรใช้สันติวิธีที่แท้จริง เลิกอ้างเรื่องกฏหมายก็ดีนะครับ
ผมสติปัญญาไม่ถึง ใครเล่นใน เล่นนอกกฏหมาย งงครับ
อย่าอ้างสันติวิธีเลยครับ มันอันตราย
ถ้าไม่ได้ใช้อย่างจริงจัง
ลงชื่อด้วยคนครับ
เป็นกลางยังไงแบบนี้ก็เข้าทางแม้วน่ะสิ
ดีใจครับที่มีกลุ่มนี้เปิดตัวออกมา คนที่ไม่เห็นด้วยก็มาเสนอแนะได้นะครับ มาหาทางออกด้วยกันดีกว่าปะทะกันแบบไม่เห็นทางออก
คนไทยต้องอดทนและใช้สติให้มากกว่านี้ อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร สางสารประเทศชาติของเราครับ.
เห็นด้วย และขอสนับสนุนอีกหนึ่งเสียง
ขอร่วมลงชื่อ สนับสนุนด้วยครับ อยากให้ทุกฝ่ายหยุด ประชาชนส่วนมากหยุดกันแล้ว หยุดกันมานาน อยากเห็นความสงบครับ
หยุดเห็นแก่ตัว หยุดตัวเดียว ทุกอย่างก็จะหยุดหมด ไม่ต้องถึง 3 หยุดหรอก
ถามจริงเหอะตั้งกลุ่มขึ้นมาแบบนี้ มันกลางตรงใหนเอาอะไรมาวัด นี่ก็ถล่มกลุ่มพันธมิตรบนข้อความโปสเตอร์ชัดๆๆ มันก็เข้าทางตีนกลุ่มทักษินซิ โยนผิดให้พันธมิตร เป็นกลางแบบนี้หมายความว่าอะไร สงสัยจริงๆกลุ่มนี้ รับไม่ได้ครับ
ทำไมไม่ดูกลุ่มอาจารย์บวรศักดิ์เป็นตัวอย่างที่สร้างความยอมรับได้จากทุกฝ่าย
หยุดเถิดครับกลุ่มที่มีนัยยะแอบแฝงเพื่อหวังให้เกิดผลด้านลบกับกลุ่มพันธมิตร
อย่าอ้างประชาธิปไตยเกินไปเลยครับ จนลืม ลีมตาดูว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าสำนึกประชาธิปไตยในประเทศไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ก็เพราะวิสัยของคนไทยเอง ประเด็นตัวบทกฏหมายในรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่ใช่ประเด็นเลย เปรียบเสมือนที่ว่าคนไทยจะเลือกกินอะไรระห่างขนมปังหมูแฮม กับผัดกะเพาบวกไข่ดาว
แล้วคุณละชอบแบบใหนในตอนนี้ มีแต่ชอบกับไม่ชอบไม่มีอย่างละครึ่งนะครับ
ท่านที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนแถลงการณ์ ขอความกรุณาช่วยใส่
ชื่อและนามสกุลจริงด้วย ขอบคุณ
เห้นด้วยและสนับสนุน นโยบาย 3 หยุด
พวกพันธมิตร ทำไมชอบด่าคนที่ไม่เห็นด้วยจังครับ
อารมณ์รุนแรงตลอดเวลา
พูนสุข ภระมรทัต มหาวิทยาลัยนเรศวรขอร่วมลงชื่อค่ะ
1. หยุดให้ท้ายพันธมิตร..
กล้านะคะ บอกให้ใครหยุดเหรอ
2. หยุดเป็นอีแอบก่อนเถอะค่ะ ดูรายชื่อก็รู้ ม.เที่ยงคืน งี้ ฟ้าเดียวกันงี้
ขอเตือนนะคะ ระวังจะโดนคดีหมิ่น ช่วงนี้มีคนตามเก็บ IP ยิก ๆ
3. อยากหยุดจริง ๆ ไปบอกคนที่ลอนดอนโน่น ไม่ต้องมาบอกปลาซิวปลาสร้่อย
อีกอย่าง อย่าทำตัว innocent ค่ะ
สังคมแตกแยกขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรจะหยุดความจริงได้หรอก
หนองในกลัดซะขนาดนี้
หาวิธีแก้เถิดค่ะ อย่ามัวแต่บอกว่าอยู่เฉยๆ
เท่าที่อ่านมา ไม่มีบอกทางแก้ไขเลย
ร่วมกันหาทางแก้ไขดีกว่าค่ะ
กงล้อมันต้องหมุนไป หาทิศทางที่พามันออกจากรกจากพงดีกว่า
โปสเตอร์นี้ “สีแดง”
555
มีแนวร่วมจาบจ้วงหมิ่นสถาบันอยู่ในลิสต์รายชื่อ แค่นี้ก็หมดราคาแล้วครับ
จุดเริ่มต้นความวุ่นวายและความรุนแรงทุกครั้งมาจากไหน มองไม่ออกหรือไม่อยากมอง?
ขณะนี้มาถึงจุดเปลี่ยนประเทศไทยแล้ว จะเปลี่ยนไปแบบไหน ยังไงก็ต้องเปลี่ยน
อย่ามัวแต่ท่องตำรา ซุกตัวอยู่บนหอคอย เลิกเป็นอีแอบได้แล้วครับ ท่านอาจารย์ทั้งหลาย
ยึดทำเนียบ ถูกบิดเบือนว่าผิดกฎหมายหยุมหยิม ยึดทำเนียบรัฐบาลของประเทศที่มีเกียรติภูมิ ของประชาชนหกสิบกว่าล้านคนนะครับไม่ใช่ยึดศาลพระภูมิ
จะว่าใครโกงใครเลวอย่างไรก็ได้ แต่ต้องออกมาจากทำเนียบก่อน
และอย่าลืมว่าการละเมิดกฏหมายถือเป็นการสร้างความรุนแรงอย่างหนึ่งด้วย
การมองคนที่คิดต่างเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นอีแอบ การไม่เคารพกฎหมาย และเรียกร้องการยึดอำนาจ มันเป็นประชาธิปไตยแบบไหนกัน
ปากเน่าเหม็นมากๆ ปล่อยออกมาได้ไง หยุดเถอะ
ชาวบ้านเขาจะอ้วกแตกตาย
เพื่อเห็นแก่ประเทศฃาติ และ ประชาชน ตาดำ
ขอให้พวกท่านในเครือข่ายสันติประชาธรรม ให้พูดกันแต่ในบ้านของตัวเอง
ก่อนที่พวกเขาจะทนปากเหม็นของพวกท่านไม่ไหว
เห็นใจเถอะครับ เหม็นจริงๆ เหม็นร้ายกาจอ้วกแตกก็หลายคนแล้ว
ไม่มีใครช่วยตักเตือนบอกกล่าว ความปากเหม็นเน่าของพวกท่านบ้างหรือ
น่าสงสาร ในความไม่รู้ว่า ตัวเองปากเหม็น
ตอนนี้ผมมาบอกแล้ว หวังว่าคงจะไปรักษา ปรึกษาผู้รู้ ว่าทำไมมันเน่าเหม็น
บอกให้เอาบุญนะ ความจริงไม่อยากเข้าใกล้หรอก หยะแหยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทางคณะทำงานลองดูผลงานที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงนะครับ
แล้วลองวิเคราะห์ดูว่าฝ่ายที่สร้างความรุนแรงหรือเลวทรามนั้นคือ
มวลชนที่อยู่ตรงไหนของสังคม เป็นถึงนักวิชาการคงเข้าใจดีนะครับ
ว่าพวกนี้หยาบเช่นไร ลองตามไปดูตามลิ้งก์ครับแล้วจัดการด้วยครับ
จาบจ้วงสถาบันเกินทนทีเดียว ..รุนแรงไหมครับ?
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=12302
เว็บไซต์ที่เคยปกป้องนายโชติศักดิ์คนไม่ยืนในโรงหนังไงครับ
พวกท่านคงคุ้นกันดี แจ้งICTด้วยนะครับผมไม่สามารถเข้าถึงที่
แจ้งเว็บไม่เหมาะสมได้ เป็นถึงกระทรวงICTแต่ทำlinkตาย
เจริญจริงๆครับ
สันติธรรมอะไรนี่มันก็แก๊งเดียวกันกับฟ้าเดียวกันนั่นแหละ
..ขอร่วมลงชื่อสนับสนุนด้วยคนค่ะ..
..เป็นแนวคิดที่ดีมากๆ..
คุณธนาพลลืมใส่ชื่อผมเข้าร่วมด้วยแน่ๆ
ยึดทำเนียบ ถูกบิดเบือนว่าผิดกฎหมายหยุมหยิม ยึดทำเนียบรัฐบาลของประเทศที่มีเกียรติภูมิ ของประชาชนหกสิบกว่าล้านคนนะครับไม่ใช่ยึดศาลพระภูมิ
จะว่าใครโกงใครเลวอย่างไรก็ได้ แต่ต้องออกมาจากทำเนียบก่อน
และอย่าลืมว่าการละเมิดกฏหมายถือเป็นการสร้างความรุนแรงอย่างหนึ่งด้วย
การมองคนที่คิดต่างเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นอีแอบ การไม่เคารพกฎหมาย และเรียกร้องการยึดอำนาจ มันเป็นประชาธิปไตยแบบไหนกัน
เห็นด้วยกับข้อความนี้มากที่สุด
“หยุดให้ท้าย” น่าจะรวมทุกฝ่ายนะครับ
ไม่ใช่ระบุฝ่ายอย่างนี้
รายชื่อ 27 กับ 31 (จักเรศ อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี )
ซ้ำนะครับ จะรีบไปไหน…
แล้วก็บอกด้วยว่าสนับสนุนสีแดง อย่าแอบ
เฮอะ กล้าพูดนะว่าเป็นกลาง
แค่โปสเตอร์ก็ไม่ผ่านแล้ว
แล้วไหนจะยังมีพวกเฉียดคุกอย่างฟ้าเดียวกัน กะ ม.เที่ยงคืนอีก
พวกต้องการล้มเจ้าทั้งนั้น (เอาตัวให้รอดก่อนเหอะ ก่อนที่จะมาทำอะไรที่มันเกือบจะดูดี)
ใครที่ต้องการ ลงชื่อ – สกุล กับบัตรประชาชนไว้ให้คนกลุ่มนี้ล่ะก้ ก็คิดดีๆแล้วกัน ผมกลัวว่าชื่อกับ เลขบัตรประชาชนจะโดนเอาไปทำอย่างอื่นนะ
พวกม.เที่ยงคืนกะฟ้าเดียวกันเนี่ย คบ และ เชื่อไม่ได้นะ จะบอกให้
เครือข่ายนี้สีแดง (พวกขบวนการล้มเจ้า)
บอกมาตรงๆก็ได้
อย่าทำตัวเป็นอีแอบ
เอิ่ม….ดำ แดง ขาว มันคือสามสีคลาสสิคของการออกแบบนะครับ ต้องให้มีสีเหลืองเหรอถึงจะพอใจ หรือจะเอาสีฟ้า ม่วงแป๋นๆ
ไม่ได้หมายถึงการออกแบบ วู๊วววว
หมายถึงการแถลงการณ์ของคนกลุ่มนี้น่ะ มันเป็นสีแดง (คือพวก นปช. น่ะ)
ลองไปดูที่นี่ http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=12302 ซิ แล้วจะรู้สันดานของไอ้พวกฟ้าเดียวกัน ว่ามันเป็นเช่นไร
การรณรงค์เริ่มได้ผลแฮะ พวกโอดครวญกันใหญ่ สงสัยจะจี้ใจดำและกลัวถูกแบ่งกลุ่มมวลชนออกไป
เอาใจช่วยให้ทำต่อไปอย่างต่อเนื่องนะคะ จนกว่าบ้านเมืองของเราจะกลับมาเหมือนเดิม
น่าเบื่อ และน่ารำคาญมากกับ ม็อบ พธม และ ผู้สนับสนุน ประเทศชาติกำลังลำบาก ดูดิ นี่หรือ ที่บอกรักชาติ จะเอาไงก้อบอกนะครับ ยินดีที่จะเดือดร้อนเพื่อชาติจริงๆ
ผมคิดว่ามีคำถามที่น่าจะถามดังนี้
๑. ผมคิดว่าคงไม่มีใครโต้แย้งว่า คนในกลุ่มพันธมิตรเป็นประชาชนคนหนึ่ง และหากเรามองว่าการที่คนกลุ่มนี้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกัน เพราะมีปัญหาความเดือดร้อน และไม่เห็นด้วยกับความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายบริหาร เราคงต้องตอบคำถามว่า กลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายบริหาร ควรจะทำอย่างไร โดยเฉพาะหากรัฐไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง และไม่สามารถสร้างให้กลุ่มประชาชนดังกล่าวยอมรับในความชอบธรรมของรัฐ
๒. คำถามนี้คงถามไปที่กลุ่มสันติประชาธรรมที่เคลื่อนไหวว่า ทางกลุ่มมีความเห็นอย่างไร ต่อประเด็นที่พันธมิตรนำเสนอ คือ กรณีที่คุณทักษิณคอรัปชั่น เป็นนายกรัฐมนตรีที่ฉ้อฉล, รัฐบาลพรรคพลังประชาชน อยู่ในความครอบงำของคุณทักษิณ ซึ่งหมายความว่า คุณทักษิณ (ที่ถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่น) ก็ยังกุมอำนาจรัฐอยู่ในทางปฏิบัติ แม้โดยรูปแบบจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตาม
ซึ่งหากเห็นว่าคุณทักษิณฉ้อฉล หรือมีความมัวหมอง และยอมรับด้วยว่ารัฐบาลนี้อยู่ภายใต้การครองงำของคุณทักษิณ ก็หมายความว่า ทางกลุ่มสันติวิธี เห็นว่า สามารถยอมรับให้คนฉ้อฉล ยึดกุมและใช้อำนาจบริหารรัฐต่อไปใช่หรือไม่
แต่หากไม่เห็นว่าคุณทักษิณ ทุจริต หรือฉ้อฉลแต่ประการใด คำถามนี้ก็คงไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจ
๓ คำถามนี้คงสืบมาจากข้อ ๒ ตือ หากว่ากลุ่มสันติประชาธรรม ไม่เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐ ทางกลุ่มสันติประชาธรรม จะทำอย่างไร เพื่อให้คนที่ไม่มีวามชอบธรรมในการใช้อำนาจ หลุดไปจากฐานะที่สามารถใช้อำนาจรัฐได้
ครือ ว่า ทางออกของพันธมิตรที่แท้จริงน่ะคืออะไรล่ะ
ถ้าแน่จิงๆๆ ก้แถลงออกมาสิคะ ที่ว่าเรื่องการเมืองใหม่อะไรนั่นล่ะ
แล้วช่วยร่วมมือกันทำเป็นชุดนโยบายการเมืองใหม่ที่มันเป็นแบบเดียวกันด้วยล่ะ
ไม่ใช่ ๕ คน ๕ แบบ ไม่ใช่สักแต่ไล่ๆๆๆคนอื่น (ที่ไม่ใช่พวกตัวไปให้พ้นทาง)
แล้วก็ถ้าดีจิงๆๆ น่ะนะ ช่วยอย่าขู่เข็ญ บุคคลอื่นด้วย (เรื่องที่ว่าเช็คไอพีไรนั่นล่ะ)
เสีย…ว่ะ ถ้ามีของดีก็เอามาโชว์เลย อย่าดีแต่ปากแล้วทำให้มีแต่แตกแยก
แปลกนะที่กล่าว ว่า คนที่เป็นกลางน่ะ ??
…สรุปแนวทางพันธมิตรคือ ห้ามเป็นกลาง ต้องเลือกข้าง (พันธมิตร) เท่านั้น!!!!
ขอลงชื่อเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนกิจกรรมครับ
เห็นด้วยกับเครื่อข่ายสันติประชาธรรม และขอวิงวอนกลุ่มพันธมิตร ฯ และ นปช. อย่ายัวยุให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายตีกัน เวลามีเรื่องที่ไรเห็นแต่ประชาชนล้มตาย ส่วนหัวหน้ากลุ่มสบาย รวยต่างหาก
ณัฐวุฒิ เชื้อหงษ์ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เห็นด้วยและสนับสนุนครับ
ทำไมคนไทยด้วยกันต้องมาด่ากันด้วย เมื่อเค้าไม่เห็นด้วยในทั้ง 2 ฝ่ายก็ด่ากันว่าเป็น อีแอบ บ้างล่ะ บางคนก็บอกว่ากินหญ้า บ้างล่ะ อะไรที่ทำให้คนไทยด้วยกันด่ากันขนาดนี้มัวเมากันไปใหญ่ แต่ละฝ่ายมัวเมาลุ่มหลงในความคิดพวกตน จนมองคนที่เห็นต่างโง่ไปหมด รับฟังกันบ้างสิครับ เอาแต่ด่าๆๆๆๆๆ กัน มันได้อะไรนอกจากความขัดแย้งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใครเลย สติของคนไทยไม่มีกันเลยเหรอ
ผมไม่ใช่คนของเครือข่ายสันติประชาธรรม แต่เห็นด้วยกับแถลงการณ์นี้ ผมจะลองตอบคำถามของคุณจงรักษ์ตามทัศนะของผม
ตอบข้อ 1
ผู้ชุมนุมพันธมิตรเป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งต้องอยู่ในกรอบกติกา ที่ผ่านมาก็มีกลุ่มประชาชนออกมายื่นข้อเสนอแก่รัฐบาลตลอด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้ประเทศชาติเดือดร้อนยาวนาน และกระทำผิดกฎหมายมากมายเช่นนี้ ซึ่งต้องมีข้อเรียกร้องที่รัฐบาลไม่ตอบสนอง แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้มานั่งเรียกร้องว่ารัฐบาลที่ตนเรียกร้องนั้นไม่ชอบธรรม เพราะว่ารัฐบาลก็เข้ามาถูกต้องตามกติกา ซึ่งผู้เรียกร้องเหล่านั้นก็อาจจะเลือกรัฐบาลชุดนั้นเข้ามาเอง แต่ภายหลังรัฐบาลไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด สิ่งที่ทำได้ก็คือการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง เพื่อบอกสังคมว่ารัฐบาลมีส่วนที่ไม่ชอบธรรม เพื่อจะได้ไม่เลือกเข้ามากันอีก ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากรัฐบาล ได้แต่ประโยชน์ เขาก็จะเลือกเข้ามาใหม่เหมือนเดิม ก็ต้องยอมรับกติกาเหมือนเดิม ก็ต้องหาวิธีต่อสู้ที่ถูกกำหมายเหมือนเดิม เพราะการที่มีคนทำความชั่วแก่เรา เราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีชั่วตอบกลับ หากใช้วิธีเช่นเดียวกับโจร เราก็ไม่ต่างกับโจร
ตอบข้อ 2
ในทางปฎิบัติก็ยังมีองค์กรต่างๆที่ทำหน้าที่เอาผิดทักษิณอยู่มาก ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล รวมไปถึงคดียุบพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการซึ่งรัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดขึ้นมาเอง เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากคมช.ซึ่งพันธมิตรก็ให้การสนับสนุน เหตุใดจึงต้องรีบร้อน เหตุใดไม่รอให้ผลพิจารณาเหล่านี้มันเสร็จสิ้นเสียก่อน ถ้ากระบวนการมันถูกล็อคแบบรัฐธรรมนูญปี 40 ค่อยออกมาเรียกร้องก็ยังไม่สาย ในแง่นี้รัฐบาลก็ยังเล่นตามเกมรัฐธรรมนูญปี 50 ที่พันธมิตรเห็นชอบอยู่ด้วย แต่พันธมิตรกลับไม่เชื่อมั่นในเครื่องมือที่ตนเองลงประชามติรับรองมาแล้วเล่นนอกเกมเสียเอง ทำให้ไม่สง่างามเท่ากับพันธมิตรในยุคทักษิณ อีกทั้งการที่กลุ่มสันติวิธีอาจจะยังไม่ได้เสนอทางออกประเด็นทักษิณฉ้อฉล ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขายอมรับให้คนฉ้อฉลกุมอำนาจต่อไป แถลงการณ์นี้เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการในปัจจุบันที่พันธมิตรใช้เท่านั้น ไม่ได้ต้องการสนับสนุนคนที่ฉ้อฉล การกล่าวหากลุ่มสันติวิธีเช่นนี้ เป็นมุมมองแบบขั้วตรงข้าม คนที่ไม่เห็นด้วยถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามไปเลยซึ่งผมเห็นว่าจุดนี้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งที่รุนแรงในปัจจุบัน
ส่วนข้อ 3 ผมคงตอบว่าจะรีบร้อนไปทำไมเหมือนข้อที่ 2
การที่คุณบอกว่า “การเรียกร้องต่อพันธมิตร (ซึ่งไม่ได้เป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ) ทำให้มองข้ามรากเหง้าปัญหาที่ปานปลาย” จุดนี้ผมมองว่าเงื่อนไขที่พันธมิตรสร้างขึ้นเพื่อปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังทักษิณ จนถึงขั้นที่ว่า “จะกำจัดคนชั่วด้วยวิธีใดก็ได้” นั้นต่างหากที่เป็นรากเหง้าของปัญหา เพราะความคิดเช่นนี้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อกลับผิดให้เป็นถูกได้ ไม่ต่างกับข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่า “ผมมาจากเสียงข้างมาก” ซึ่งแนวคิดเหล่านี้หากมันฝังรากลึกลงไปในสังคมไทย คือเราจะแก้ปัญหาด้วยการที่บอกว่าถ้าความคิดของฉันถูก แล้วฉันจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น คงไม่สามารถแก้ได้ภายในรุ่นเดียว สังคมไทยคงเกิดความแตกแยกต่อไปอีกหลายรุ่น เพราะความผิดถูกนั้นเป็นเรื่องระเอียดอ่อน ต้องพิจารณาทุกแง่มุมของทั้ง 2 ฝ่าย หากสูญเสียวิจารณญาณไปแล้วก็ยากที่จะอ้างว่าเป็นความถูกต้องที่แท้จริง
หยุดใช้คำว่าอนาธิปไตยในทางที่ผิด
อย่าเอาคำๆนี้มาใช้กับพวกเสื้อเหลือง
อย่ามาอ้างว่าพธมก่อให้เกิดภาวะอนาธิปไตย คำอื่นมีเยอะแยะน่าจะเลือกใช้ได้
ทำแบบนี้อนาธิปไตยเสียหมด
ด้วยความปราถณาดี
จำเริญพร
I support “3 Stops” and would like to know how to give signature and donate money to support your cause.
May I give some suggestions:
- Your website should list up-coming seminars/events so people can attend.
- Please consider changing the color of your posters from red to some other color, because you might be mistaken as a support group of the “red” side.
-
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 26 อย่างยิ่ง(“พวกพันธมิตร ทำไมชอบด่าคนที่ไม่เห็นด้วยจังครับ อารมณ์รุนแรงตลอดเวลา”) และรู้สึกว่าพวกพันธมิตรจะเหมาว่าคนที่วิจารณ์พันธมิตรต้องเป็นพวกชื่นชมทักษิน/นปช หรือไม่ก็เป็นพวกหมิ่นเบื้องสูง
ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับทักษิน แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
- แกนนำพันธมิตรไม่ต้องการประชาธิปไตย (ยุให้ทหารทำรัฐประหาร, สนับสนุน “การเมืองใหม่”ซึ่งสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งมีเพียงส่วนน้อย) ซึ่งขัดกับชื่อกลุ่ม (อย่างนี้ไม่เรียก “อีแอบ” ไม่รู้จะว่าไง),
- ชอบความรุนแรง (บุกยึดทำเนียบและรัฐสภา, บางส่วนพกอาวุธ, แกนนำใช้ hate speech ยุให้คนให้เกิดความเกลียดชังรุนแรง),
- แกนนำใช้วิธีสกปรก เช่น กล่าวหาคนที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตนว่าเป็นพวกหมิ่นเบื้องสูง, บิดเบือนข้อมูลเรื่องเขาพระวิหารเพื่อใช้ปลุกระดมให้คนคลั่งชาติโดยไม่สนใจว่าประเทศจะเสีนหายเท่าไร ขอแค่ได้กำจัดฝ่ายตรงข้าม
ขอให้ท่านที่ยังมองไม่ออกลองวิเคราะห์ดูว่ายังเห็นด้วยกับการกระทำของแกนนำพวกนี้หรือ ทางที่ดีพวกเขาน่าจะชุมนุมอย่างสันติ (ไม่ใช่อหิงสาบ้างไม่อหิงบ้าง) และใช้พลังไปในทาง positive เช่น รณรงค์ให้คนเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการไม่ขายเสียง, วิจารณ์และผลักดันให้พรรคการเมืองไทยมีนโยบายที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ชองประเทศจริงๆ, หรือถ้าแกนนำคิดว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนพันธมิตรจริงก็ควรจะไปตั้งพรรคลงรับเลือกตั้งเลย ไม่มีใครห้ามถ้าเล่นตามกติกา ไม่ควรคอยแต่จะทำตัวเหนือกฎหมายและเล่นทางลัด(ฐปหาร) ขอให้คิดถึงประเทศเหนือความเกลียดชังคนๆหนึ่งส่วนตัว ประเทศไทยเป็นของพวกเราทุกคน คิดถึงรุ่นถัดไปด้วย
ร่วมลงชื่อสนับสนุนด้วยครับ
ดีใจด้วย ผลงาน 3 หยุด ที่ราชมังคลาถูกใจนายใหญ่มาก http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=661
เห็นด้วยครับ ” สันติภาพ ชีวิตยืนยาว “
จะร่วมลงชื่อเป็นสมาชิกได้อย่างไรครับ ตอบกลับทาง mailด้วย ขอบคุณครับ
หยุดใช้คำว่าอนาธิปไตยในทางที่ผิด
เนื่องจากเหตุการณ์วิกฤตทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นถูกนักวิชาการหลายฝ่ายและสื่อกล่าวหาว่าเป็น”อนาธิปไตย” ซึ่งการหยิบยกคำที่มักง่ายและขาดความรับผิดชอบแบบนี้สร้างความเสื่อมเสียแก่คำว่าอนาธิปไตยและผู้ที่นับถืออนาธิปไตยเป็นอย่างมาก คำว่าอนาธิปไตยนั้นถูกนำไปใช้เปรียบเทียบและยัดเยียดให้พันธมิตรสร้างภาวะอนาธิปไตยขึ้น ในที่นี้หากเป็นผู้ไร้การศึกษาในทางรัฐศาสตร์นั้นเราเองอาจคิดได้ว่าเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ในหลายๆกรณีนั้นคำว่าอนาธิปไตยกับพันธมิตรนั้นถูกนำมาใช้กันโดยนักวิชาการผู้มีความรู้ทั้งสิ้นรวมทั้งรัฐบุรุษที่ท่านอ้างมา
ทางเราได้มีการเสนอพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องความมักง่ายนี้มาโดยตลอดแต่ก็ไม่ได้ทำการตอบโต้ผู้ใดทั้งสิ้นจนการมาถึงของเครือข่ายสันติประชาธรรมที่รณรงค์ในเรื่องของการต่อต้านกลุ่มพันธมิตร(ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและเราเห็นด้วย)แต่ทางเครือข่ายสันติประชาธรรมนั้นกลับนำคำว่าอนาธิปไตยไปตีตราให้กับกลุ่มพันธมิตรซึ่งไม่ใช่ความจริงแม้แต่น้อย จริงอยู่ที่อนาธิปไตยนั้นปฎิเสธอำนาจรัฐแต่ในการปฎิเสธอำนาจรัฐนั้นคือการทำลายอำนาจรัฐที่กดขี่ขูดรีดเพื่อสังคมที่เสมอภาคและเท่าเทียมไม่ใช่การทำลายอำนาจรัฐเพื่อเป็นการปูทางให้ฝ่ายอำนาจใดๆเดินเข้ามาใช้อำนาจรัฐแทน การปฎิเสธอำนาจรัฐของกลุ่มพันธมิตรหรือจริงๆนั้นก็คือการปฎิเสธรัฐบาลที่เกี่ยวพันกับทักษิณ ชินวัตรไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้กับอนาธิปไตยที่ปฎิเสธการปกครองทุกรัฐบาลและทุกรูปแบบ หรือทางเครือข่ายสันติประชาธรรมจะอ้างว่าพันธมิตรสร้างภาวะความวุ่นวายความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นมา(ภาวะอนาธิปไตย)เพื่อทำลายอำนาจรัฐแต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของกลุ่มพันธมิตรนั้นยังห่างไกลและอยู่คนละขั้วกับอนาธิปไตยโดยสิ้นเชิง
เรามีความไม่สบายใจอย่างยิ่งที่คำว่าอนาธิปไตยที่ทางเครือข่ายสันติประชาธรรมนำไปใช้กับพันธมิตรนั้นอาจจะเป็นผลร้ายต่อทางเราเช่นเดียวกับการที่รัฐบบาลในสมัยก่อนตีตราว่าคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งชั่วร้ายและถูกปลูกฝังใส่หัวประชาชนจนถึงทุกวันนี้ หากวันหน้าเครือข่ายอนาธิปไตยของเราออกทำการเครื่อนไหวทางการเมืองในนามอนาธิปไตยเราเกรงว่าประชาชนผู้ที่ไม่มีความรู้นั้นจะคิดว่าเราคือกลุ่มเดียวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เราต้องการเพียงแค่เครือข่ายสันติประชาธรรมหยุดใช้คำว่า”อนาธิปไตย”กับกลุ่มพันธมิตรเท่านั้น ไม่ได้ต้องการต่อต้านการกระทำของเครือข่ายสันติประชาธรรมแต่อย่างใด เพราะทางเรานั้นก็มองว่ากลุ่มพันธมิตรนั้นคือปัญหาเช่นกัน(รวมทั้งกลุ่มนปช)
เครือข่ายสันติประชาธรรมประกอบไปด้วยนักวิชาการและปัญญาชนมากมายและหลายคนในที่นี้คงคุ้นเคยและรู้ดีว่าคำว่าอนาธิปไตยนั้นมีอุดมการณ์เช่นไรและสังคมอนาธิปไตยเป็นเช่นไรยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันที่นำเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการต่อสู้ภาคประชาชนในนามอนาธิปไตยออกมาเผยแพร่อยู่เสมอและบทความนั้นก็เป็นประโยชน์แก่เราด้วย พวกท่านเหล่านี้ควรจะรู้ว่าอนาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเช่นไรและพวกท่านคงรู้ว่าบทความอนาธิปไตยที่ท่านนำมาเสนอแก่สาธารณะนั้นมีประโยชน์อย่างไร ดังนั้นกรุณาอย่ามาทำลายคำว่าอนาธิปไตยด้วยน้ำมือของท่านเอง
ขอบคุณ
THAI ANARCHIST NETWORK
http://thaianarchist.blogspot.com
โอ้โห..เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีกลุ่มอนาธิปไตยในเมืองไทยด้วย ดูเหมือนพวกหัวก้าวหน้านะ
นั้นน่ะซิ จำได้เมื่อตอนเรียนคำว่าอนาธิปไตยเหมือนกับว่าไม่ต้องการใครมาปกครอง ถ้าคนในสังคมรู้สำนึกคิดดีกันถ้วนทั่วมันไม่จำเป็นต้องมีใครมาปกครอง คืออยู่ร่วมกันได้สงบสันติโดยไม่ต้องมีการปกครอง
แต่พวกพันธมิตรนี่ ก็แค่พวกไม่เคารพกฏหมาย ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันแบบอนาธิปไตยมันก็ฆ่ากันตายเท่านั้นเอง
กฤช เหลือลมัย ประจำกองบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ กรุงเทพฯ ขอร่วมสนับสนุนแนวทาง/ข้อเรียกร้องของกลุ่มสันติประชาธรรมด้วยครับ
อภิศักดิ์ ชนชนะกุล
ร่วมลงชื่อด้วยครับ ประชาชนคนธรรมดาที่มีหนึ่งเสียงในระบอบประชาธิปไตยครับ
และแล้วการตายของสาวคนหนึ่งก็ถูกเมินเฉย
จากนักวิชาการ
เลือกอันบริสุทธ์ของหญิงสาวที่สู้เพื่อความถูกต้อง
ในแนวคิด
กลับถูกนักวิชาการฝั่งต้านพันธมิตร
ปิดเงียบ
เงียบก็คือการฆ่า เหมือนกัน
อยากจะบอกว่า ให้ช่วยไปบอก เพื่อน ๆ ของท่าน เหล่า ศาสตราจารย์ อาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงเกียรติ ในมหาวิทยาลัย ของท่านก่อนจะดีไหม ก่อนจะบอกอะไรใครให้หยุดเนี่ย……ฟังสัมนาที ชื่นชมแต่พวก พธม. พวกคุณมันก็พวกเดียวกันน่ะแหละ อย่าสร้างภาพไปหน่อยเลย…
แต่ละตัวของเครือข่ายสันติประชาถ่อยล้วนมีวาระซ่อนเร้น
1.เลียทักษิณ
2.เกลียดเจ้า
3.จุดยืนไม่มี…กำลังหาสนามสร้างเครดิตให้ตัวเอง
ผมนับถือแนวคิดที่ต้องการกำจัดทุจริตไปจากชาติ แ่ต่การยึดสถานที่สำคัญทางราชการ การขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงาน รวมไปถึงการยึดสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะด้วยความมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตามนั้น เป็นการทำลายทั้งระบบเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง ความเชื่อมั่นและภาพพจน์โดยรวมของประเทศชาติ
ผมเห็นว่า ควรยุติความรุนแรงทางความคิดในปัจจุบันที่จะนำไปสู่ความรุนแรงทางการกระทำซึ่งเริ่มชัดเจนมากขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่เกิดการแบ่งแยกกันภายในประเทศชาติ ทั้งที่เราต่างทำเพื่อสิ่งเดียวกันคือ “ชาติ” ของเรา แต่แค่สีเสื้อที่แตกต่าง ก็เหมือนอยู่กันคนละประเทศแล้ว รวมถึงหยุดการ “ปฏิวัติ(เงียบ)” ซึ่งไม่สมควรจะเกิดขึ้นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ชาวไทยต่างต่อสู้เพื่อเรียกร้องและปกป้องมาตลอด ไม่ว่าจะพันธมิตรฯหรือ นปช. ต่างอ้างถึงหลักประชาธิปไตยด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่เหตุการณ์ตอนนี้ ไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร ประเทศชาติกลายเป็น “ซากปรักหักพัง” ไปแล้ว และประชาชนจำนวนไม่น้อยกำลังเอาชีวิตเข้าไปอยู่ใน “สงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น” และ “สงครามกลางเมือง” นอกจากนี้ ประชาชนกำัลังจะมีปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง อันเนื่องมาจาก “การเมืองเป็นพิษ”
ปัญหาการเมืองรอบนี้ ผมเห็นด้วยกับการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่ควรยุบสภาเพราะ”ชัยชนะของพันธมิตรฯ” หรือ “การปฏิวัติเงียบ” ขอให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง(และรวดเร็ว)ตาม
หลักประชาธิปไตย
อนึ่ง ผมเชื่อว่าทางออกของการเมืองไทย ไม่ไ่ด้มีแค่ พันธมิตรฯ และ นปช.
ขอลงชื่อด้วยครับ
นายศิรพล กวางทองพานิชย์
51024xxxxx
นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
ปล. เนื้อหาของโปสเตอร์3หยุดที่ปรากฎในเว็บเสรีไทยไม่ได้มีเนื้อหาที่แตกต่างกับที่อยู่ด้านบนสุดของหน้านี้เลย ส่วนที่ไปโผล่ที่ราชมังคลาฯ ก็เพื่อจะให้ผู้อ่านได้ตระหนักและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ ซึ่งเนื้อหาในโปสเตอร์ก็ได้ระบุถึงทางนปช.และ กลุ่มสล้าง บุนนาคด้วยเช่นกัน
ปล2. ควรใช้วิจารณญาณในการเลือกเสพสื่อ
จิรพัฒน์ สรรเสริญสุข นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ขอร่วมลงชื่อด้วยครับ
ร่วมลงชื่อด้วยนะครับ
สายชล ปัญญชิต นิสิตปริญญาโท สังคมวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ร่วมลงชื่อด้วยคะ จะได้มีกลุ่มนี้มากๆคะ เพราะจะอดตายอยู่แล้ว
ขอร่วมลงชื่อด้วยคะ ธัญชนก ไกรเลิศ (ประชาชน)
ตัวละคร ตัวประกอบ อีแอบ เบื้องหน้า เบื้องหลังในละครเรื่องสิ้นชาติ!!!!!
เราเคยเห็นหลายประเทศสิ้นชาติ มันล้วนแต่เกิดจากน้ำมือของคนในชาตินี่เอง ตัวละครต่างๆ ผู้ประกอบฉาก ผู้กำกับ ตัวเอก ตัวอิจฉา โจร กองโจร อาวุธ เหล่านี้จะเป็นประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นถัดไปได้ศึกษาว่าครั้งหนึ่งเคยมีแผ่นดินปู่ย่าตายายชื่อว่า ประเทศไทยและได้ล้มสลายด้วยน้ำมือของเหล่าตัวละครที่กำลังแสดงอย่างเมามันในช่วงเวลาที่เราได้เห็นได้สัมผัส จากสยามเมืองยิ้มกลับกลายเป็นแดนมิคสัญญี จากเมืองสงบกลับกลายเป็นมีกองโจรก่อการร้ายกลางกรุง จากพี่ใหญ่ในภูมิภาคนี้กลับกลายเป็นประเทศดิบเถื่อน ใครเป็นตัวการสำคัญในละครเรื่องสิ้นชาตินี้เราเห็นกับตา! มันกำลังทำตัวเป็นปฎิกิริยาตัวเร่งให้สิ้นชาติ ใครจะนำจะเป็นคนเอาสติคนในชาติให้ได้สติคืนสู่สามัญ คำตอบที่ได้คือไม่มี คำตอบคือทุกคนกำลังเดินหน้าเต็มสปีดพังเป็นพัง เมื่อรู้ว่าพังเป็นพังแต่ทุกคนเต็มใจเดินไป ละครเรื่องสิ้นชาตินี้บ้านเมืองเรากำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่มีใครยอมใครต่างพกความเห็นแก่ตัวมาเต็ม 2 ฝ่ามือ ลูกหลานรุ่นต่อไปอ่านมาถึงตรงนี้ต่างน้ำตาร่วงโดยไม่รู้ตัวพร้อมถามว่า ปู่ย่าตายายรู้ว่าจะสิ้นชาติหรือเปล่า ถ้าไม่รู้เป็นไปได้ว่าปู่ย่าตายายรุ่นสิ้นชาติต้องโง่งมงายโง่เขลาเบาปัญญา แต่ถ้ารู้ปู่ย่าตายายรุ่นสิ้นชาติทำไมไม่ถอย ถอยเพื่อรักษาชาติ อย่างที่มีคำกล่าวที่ว่า เสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เสียชีวิตเพื่อรักษาชาติ การเสียกรุงทั้ง 2 ครั้งล้วนแต่เกิดจากความแตกความสามัคคีของคนในชาติ เรายุคปัจจุบันเคยได้ดูหนังละครอยู่เนื่องๆยังนึกเกลียดไอ้คนขายชาติเลย ในปัจจุบันใครกำลังเป็นตัวละครที่กำลังนำชาติไปสู่การสิ้นชาติลูกหลานรุ่นถัดไปที่ได้ดูละครเรื่องสิ้นชาติยุคนี้จะสาปแช่งตัวละครตัวนั้นดั่งที่เราได้แสดงอาการเกลียดชังสาปแช่งคนขายชาติยุคนั้นแน่นอน เสียดายวันนี้ไม่มีใครถอยเพื่อชาติ!!!!
ร่วมลงชื่อด้วยคนครับ
กำลังจะหมดหวังอยู่พอดี
กำลังจะสรุปว่า หลักตรรก ความเป็นเหตุ เป็นผล ใช้ไม่ได้แล้วกับสังคมไทย
ดีใจ ที่มีแถลงการณ์ ดี ดี จากเครือข่ายสันติประชาธรรม
เลยพอจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง……..
สิ่งเลวร้ายที่ปรากฏอยู่ในบ้านเมืองเราเวลานี้ เปรียบเสมือน ผลงานของซาตาน
ความคิดความเห็น และ การกระทำ ของผู้คน ในสังคม ดูจะถูกเบี่บงเบน (bias) อย่างไม่น่าเชื่อ
ความเขลา ดู จะเข้าครอบงำ จนทำร้าย ทำลายตัวเอง ด้วยอัตราที่มากมายในระยะเวลาอันสั้น
ณ.เวลานี้ ศูนย์นาฬิกา สี่ สิบนาที วันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 เชื่อว่า ความเสียหายอีกมากมายกำลังจะเกิดขึ้นตามมา…..มันน่าเหนื่อยหน่ายจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ขอ รับทราบความคิด ดี ดี ความเคลื่อนไหวใดๆที่จะเป็นประโยชน์ กับสังคมไทยในอนาคต(ถ้ายังจะมีเหลืออยู่) ส่ง อีเมล์มาก็ได้ครับ….ขอบคุณ.
ขอลงชื่อ
กัลยารัตน์ สกลกูล พนักงานเอกชน
นันทวัชน์ สกลกูล นศ.มหาวิทยาลัยราชมงคล
หยุดพันธมิตร ทำลายประเทศชาติ….
เห็นพ้องในจุดยืน ขอร่วมลงชื่อด้วยค่ะ ในนาม
อันธิกา สวัสดิ์ศรี, PhD candidate, School of Arch, Planning and Landscape, University of Newcastle, UK
ขอลงชื่อด้วยคนครับ
รอกลุ่มปัญญาชนที่มี “ปัญญา” และ “เหตุผล” มานานแล้วครับ
วรุตม์ กฐินทอง
นักธุรกิจ
ศิษย์เก่า พาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผมขอลงชื่อด้วยอีกคนครับ
ถ้าคิดว่าเขาโกง
ถ้าเขาโกงจริงๆ
ยังไม่นับสิ่งที่เขาก็เคยสร้าง
เทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้
มันน่าจะเทียบกันไม่ได้
ถ้ารักประเทศจริง คงไม่ทำแบบนี้
ในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก 3 คน รวม 5 คน
ถ้าลูกคนหนึ่ง ไปเป็นลูกจ้างที่ร้านบ่อน แต่เอาเงินเดือนมาเลี้ยงครอบครัว
ลูกอีกคนหนึ่งบอกว่า เป็นคนเลว ทำงานในบ่อน
แต่ตัวเองไปทำงานสุจริต แต่ก็ใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้
เดือดร้อนพ่อแม่ ต้องมาเสียเงินอีก
แล้วอย่างนี้ ลูกคนไหนดี คนไหนเลว
ผมก็เป็นกลางๆ นะครับ ไม่อยากให้บ้านเมืองเสียหาย
อยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศชาติ กันจริงๆ
บ้านเรามีกฏหมาย ใครผิดก็ว่ากันตามผิด
ไม่ต้องป่วนเมือง เรื่องคดียุบพรรค ก็น่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
เครื่องมือในการรักษาสมดุล มีพอสมควร
รักประเทศไทยกันเถอะครับ เพื่อลูกหลานเรา
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาวพมืออาชีพ
ขอให้ช่วยกันเสนอความคิดเห็น ทางออกที่ดีของบ้านเมือง ต่อจากนี้ไปครับ
ไม่ชอบความรุนแรงอยู่แล้วไม่ว่าฝ่ายใหนจะผิดหรือถูกเพราะไม่เคารพกฏหมายบ้านเมือง
เหตุการณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกรา 2552 นั่นก็เป็นการแสดงให้พวกบ่งการอยู่อย่างเลือดเย็นด้านหลังม่านได้เห็นแล้วว่า ถึงจะนปช. หรือไม่ นปช. จะคนเสื้อแดงหรือไม่คนเสี้อแดง …”เรา” ..คนไทยที่รักประชาธิปไตยต่างก็รักความสงบ และความถูกต้อง ประเทศไทยต้องอยู่ในมาตราฐานเดียวกัน มิใช่อย่างพวกอนาธิปไตยกระทำที่เวลานี้ทุกอย่างได้เปิดเผยให้ประชาชนส่วนมากได้ทราบกันไปหมดแล้ว รวมทั้งประชาคมโลกใบนี้ทราบว่า ..”เวลานี้ที่ประเทศไทยวุ่นวายเพราะอะไร? และใครบ้างอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ทั้งหมดหลาย”….นั่นตั้งแต่ปี 2491ล่ะมั้ง.
จากเหตุการณ์คนเสื้อแดง และ นปช. ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่ยอมรับการกระทำไืี่ไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ ได้มาผนึกกำลังด้วยกันได้ขนาดนี้ั (ยังนะ ..พลังมหามวลชนยังมากันไม่หมด ยังมีอีกมากมายที่ยังไม่พร้อมมา อาจเนื่องจากติดการงานในวันเสารื หรือจะด้วยเหตุผลอืนใดก็ตาม แต่เท่าที่ทราบหลายๆคนติดตามข่าวเรื่องนี้ทาง internet ทั้งใน และนอกประเทศไทย และ กลุ่มชนที่มีบทบาทด้านรักประชาธิปไตย บทบาทต้านรัฐประหาร ต่างก็มารวมตัวกันด้วยจิตใจที่แท้จริงมิได้ว่าจ้างมาด้วยซ้ำ อย่าดุถูกคนไทย เพราะเวลานี้มัน พุทธศักราชที่ 2552 แล้ว ..”ประชาชนส่วนมากหูตาสว่างกันมากขึ้นว่าอะไรเป็นอะไร” และไม่สามารถที่ยอมรับพวกทำลายประชาธิปไตยแบบ “เผด็จการซ่อนรูป” “เผด็จการแปรรูป” เยี่ยงนี้ได้ ใครจะรักไม่รัก จะชอบไม่ชอบทักกี้ แต่ขอบอกว่า ระบอบประชานิยมของคนที่กล้าคิด กล้าทำ และทำได้เห็นจริงเป็นรูปธรรม ..ตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้ ..ก็เห็นมีแต่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ …”ทักษิณ ชินวัตร” คนนี้เอง และยังเป็น..นายกฯในดวงใจของประชาชนส่วนมากอยู่อย่างแน่นอน และควรยกเลิก กฎหมายหมิ่นฯ นั้นได้แล้ว เพราะเป็นเครื่องมือของ …”นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” อัปรีย์ตนนี้มานานแล้ว
“ความกลัว”….ของพวกเกาะกินสังคมมานานแสนนานนั่นต่างหาก รวมทั้งพวกลิ่วล้อหัวงในลาภยศ..เหล่านั้นต่างเสนอสนองตัวเป็นทาสรองมือรองตีน ที่ต้องช่วยกันดำรงไว้..เพื่อความอยู่ดีกินดีมีสุข ของตนเอง และพวกพร้อง บนความเลวร้าย และเห็นแก่ตัวที่สุด…เลิกเล่นละคอนแหกตาคนในสังคมไทยได้แล้ว
“ที่สุดของที่สุดแห่ง…ชัยชนะ…แล้ว…ต้องอยู่ในวิถีทางของประชาธิปไตย และภายใต้กรอบของกฎหมายกติกาของบ้านเมือง และในมาตราฐานเดียวกัน”
ทำให้อดที่จะเทียบกับเหตุการณ์ในบ้านเมืองตอนนี้แล้วของประเทศไทยไม่ได้?..ว่ามันอยู่ในมาตราฐานเดียวหรือไม่?.. เพราะคนที่เสียเปรียบ คนที่ถูกกดขี่ คนที่ถูก(สังคมจอมปลอม)พิพากษา จะเรียกได้ว่า…และไม่ต่างอะไรกับ…”คนนอก”….มีแต่จะถูกกำจัดให้หมดไปจากสังคมไมย… อย่างที่เราๆท่านๆได้เห็นอยู่ในเวลานี้
บ้านเมืองของเราเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคนทั้หมด “อำนาจอธิปไคย…เท่านั้นที่เป็น/มาจากปวงชนชาวไทย”
และนับวัน..”พวกตัวละคอนหลังม่านรูดเหล่านี้ยิ่งทำ…ก็ยิ่งเหมือนกองไฟที่โดนราดด้วยน้ำมัน” มากกว่า นับวันประชาชนทุกภาคส่วน ทุกท้องที่ ล้วนซุปซิปในเรื่องนี้..และเรื่องเดียวกัน…”ราวกับไฟลามทุ่ง”……
เดี๋ยวนี้ เริ่มเห็น และดูจะเป็นครั้งแรกที่…มีประชาชนมากมายที่..อยากขอยกเลิก 112 อย่างเปิดเผย
อิอิ ใครหน่า….
เขาห้าเข้าประเทศเขา….
กินปูนร้อนท้อง…..
บอกไม่ให้คนอื่นกลัว…ตัวเองหางจุก.ตู-ด…
ตอนนี้ต้องหาทางออกที่ดีให้กับบ้านเมืองเราละคับ